Get Adobe Flash player
ThaiEnglish (UK)
HOT NEWS

ค้นหาข้อมูลในเว็ป Logistics

ปฎิทินกิจกรรม

November 2017
S M T W T F S
29 30 31 1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 1 2
December 2017
S M T W T F S
26 27 28 29 30 1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31 1 2 3 4 5 6

ดูกันชัดๆ...รถไฟไทยโฉมใหม่
พลิกโฉมการรถไฟไทยหลังจากไม่มีการจัดซื้อรถรุ่นใหม่มาเกือบ 20 ปี จุดไฮไลต์สำคัญคือ ห้องน้ำ จะเป็นระบบปิด มีระบบจัดเก็บสิ่งปฎิกูลไม่ปล่อยทิ้งลงรางอีกแล้ว
พุธที่ 20 กรกฎาคม 2559

                    ถามกันเรื่อยมาไม่ว่าจะกี่ยุคสมัยของผู้ว่าการ รถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.)  เมื่อไรรถไฟไทยจะปรับปรุงเสียที โดยเฉพาะส่วนคลาสิคสุด “ห้องน้ำ” ยังเป็นเรื่องสยองของคนใช้บริการ รับไม่ได้ที่ของเสียต้องไปเรี่ยราดบนรางรถไฟ และยังไม่นับวิกฤติตัวเรือดระบาดจนต้องล้างโบกี้กันยกใหญ่
                    ในที่สุดคำถามลอยๆจะมีคำตอบเสียที  รัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้กระทรวงการคมนาคมในฐานะกำกับดูแลรฟท. ปรับปรุงการให้บริการเดินรถพร้อมจัดหารถโดยสารเพิ่มประสิทธิภาพเพื่อให้ บริการประชาชน   จนนำไปสู่โครงการจัดซื้อขบวนรถโดยสารใหม่ 115 คัน  รวม  9 ขบวน  งบประมาณ 4,668 ล้านบาท 
                  “รถไฟใหม่ทั้ง115 คันเป็นการพลิกโฉมการรถไฟไทยหลังจากไม่มีการจัดซื้อรถรุ่นใหม่มาเกือบ 20 ปี  แม้ที่ผ่านมาจะมีการซ่อมบำรุงรักษารถเก่าอย่างต่อเนื่อง  แต่ด้วยจำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น  อุปกรณ์ เช่นเบาะที่หนัง ห้องน้ำก็ชำรุดไปตามสภาพการใช้งาน  รถไฟใหม่มีจุดไฮไลต์สำคัญคือห้องน้ำจะเป็นระบบปิดคือมีระบบจัดเก็บสิ่งปฎิกู ลไม่ปล่อยทิ้งลงรางอีกแล้ว  ใช้ระบบสูญญากาศคล้ายกับระบบจัดเก็บสิ่งปฎิกูลบนเครื่องบิน สามารถลดกลิ่นเหม็นและประหยัดน้ำได้มากกว่า”  นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร  ผู้ว่าการรฟท.บอกจุดไคล์แมกซ์ของรถไฟรุ่นใหม่

                  ล่าสุดจำนวนรถไฟ 39 คัน จากประเทศจีน เดินทางสู่แผ่นดินไทยแล้ว เมื่อวันที่ 26 มิ.ย.ที่ผ่านมา เป็นรถไฟล็อตแรกที่ได้สั่งซื้อจากบริษัท CRRC (China Railway Rolling Stock Corporation) หรือ CNR (China CNR Corporation Limited)ประกอบเป็นรถโดยสารได้ 3 ขบวน ขบวนละ 13 คัน แต่ละขบวนแบ่งเป็นรถปรับอากาศนั่งและนอนชั้นที่ 1 (บนอ.ป.) 1 คัน รถปรับอากาศนั่งและนอนชั้นที่ 2 (บนท.ป.) 1  คัน รถปรับอากาศนั่งและนอนชั้นที่ 2 (บนท.ป.) 10 คัน (รวมรถสำหรับผู้พิการ 1 คัน) และรถโบกี้ขายอาหารปรับอากาศ (บกข.ป.) 1 คัน 
                  ภายในเดือนก.ค. นี้การรถไฟฯ จะนำขบวนรถมาทดสอบการเดินรถทั้งในระยะสั้นและระยะไกล ก่อนเปิดให้บริการเป็นขบวนรถด่วนพิเศษ เส้นทางกรุงเทพ -เชียงใหม่ และกรุงเทพฯ-อุบลราชธานีเดือนก.ย.นี้  ส่วนการเดินรถเต็มรูปแบบต้องรอการส่งมอบขบวนรถให้ครบ115 คัน ภายในปี59และจะเปิดให้บริการเป็นขบวนรถด่วนพิเศษ 4เส้นทาง  โดยอีก 2 เส้นทางคือกรุงเทพฯ-หนองคาย และกรุงเทพฯ-หาดใหญ่ ไป-กลับ วันละ 2 ขบวนต่อเส้นทาง 
                 ทั้งนี้รถไฟใหม่สามารถทำความเร็วได้สูงสุด 120 กม.ต่อชม. แต่จะวิ่งอยู่ที่ 90-100 กม.ต่อชม.  ความเร็วนี้รวมถึงการจอดที่น้อยลงกว่าเดิมจะทำให้ถึงที่หมายปลายทางเร็วกว่า เดิม อย่างเส้นกรุงเทพฯ - เชียงใหม่  จะลดระยะเวลาเดินทางจาก 13  ชม. เหลือ 12  ชม. เนื่องจากยังก่อสร้างทางคู่ไม่เสร็จ  ยังใช้รางเดี่ยวที่ต้องรอการสับราง  ไม่สามารถเพิ่มความเร็วได้มาก

                 ความทันสมัยที่การรถไฟไทย อยากบอกเล่าแม้จะใหม่ในไทยแต่เก่าในหลายประเทศ เช่นจีน เกาหลี ญี่ปุ่น  ส่วนรถปรับอากาศนั่งและนอนชั้นที่ 1 (เฟิร์สคลาส) มี 24 ที่นั่ง 12 ห้อง มีห้องน้ำ2 ห้องอาบน้ำ1ห้อง อ่างล่างมือในห้อง ห้องละ1 อ่าง ปลั๊กไฟ ทุกที่นั่ง จอแอลซีดีแบบทัชสกรีน ห้องละ 2 จอ  ในส่วนของจอแอลซีดีสำหรับผู้โดยสารทุกที่นั่ง จะมีช่องเสียบ USB ชาร์ตแบตเตอรี่ เพื่อใช้เป็นช่องทางแจ้งข้อมูลข่าวสารของการรถไฟฯ ถึงผู้โดยสาร  สามารถทัชสกรีนสั่งอาหารจากรถเสบียงได้ ซึ่งเป็นครัวแบบอาหารฟรีซ ไม่ปรุงแบบครัวร้อนเหมือนปัจจุบัน  รวมถึงรวบรวมรายการบันเทิงชั้นนำ เช่น ภาพยนตร์ เพลง ให้ความบันเทิงตลอดการเดินทาง
                 ทุกตู้โดยสารจะมีลิพฟ์อำนวยความสะดวกผู้พิการเพื่อยกรถวีลแชร์และผู้สูงวัยใช้เดินทาง  รวมถึงบริการวีลแชร์สำรอง
นอกจากนี้เพื่อไม่ให้ตกกระแสโกกรีน (Go green) รถรุ่นใหม่ นำระบบรถ Power Car มาใช้จ่ายไฟให้รถโดยสารทั้งขบวน ทดแทนระบบเดิมที่จะใช้เครื่องยนต์ในรถโดยสารทุกคัน นอกจากช่วยลดเสียงรบกวนจากเครื่องยนต์แล้ว ยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ช่วยประหยัดพลังงานได้ถึง 13% ภายในรถโดยสารใหม่ติดตั้งกล้องวงจรปิดโดยรอบตลอดทั้งคันตอกย้ำเรื่องความ ปลอดภัย
ความยาวของรางรถไฟ 4,346 กม.ทั่วประเทศ มีตัวเลขผู้ใช้บริการราว34 ล้านคนใน 58  เรียกว่ายังมีผู้โดยสารอุ่นหนาฝาคั่งกว่าผู้โดยสารที่ใช้บริการสายการบินต้น ทุนต่ำหรือโลคอสท์   ที่สนามบินดอนเมืองในปีเดียวกันซึ่งอยู่ที่ 28 ล้านคนต่อปี

                ปัจจุบันรฟท.มีหนี้สินพอกหางหมูอยู่ถึง 1 แสนล้านบาท   ส่วน รายได้ต่อปีอยู่ที่ 8,000-9,000ล้านบาท   เป็นรายได้จากการจัดเก็บค่าโดยสาร  3,500 ล้านบาท  จากการขนส่งสินค้า 2,500 ล้านบาท  และรายได้อื่น(เชิงพาณิช) 2,000 ล้านบาท  คาดหมายกันไว้ว่า  หากนำรถไฟใหม่มาวิ่งบริการต่อปีจะมีรายได้เพิ่มประมาณ 400-500ล้านบาท  ถามว่า...จะสามารถช่วยแบ่งเบาภาระหนี้สินได้หรือไม่....คำตอบที่ได้ คือ....แค่ส่วนน้อย  หากการรถไฟฯมีการพัฒนาเติมรูปแบบ  อาทิ  การก่อสร้างรางคู่ การจัดซื้อหัวรถจักรใหม่มาวิ่ง  ก็จะช่วยแบ่งเบาภาระอันหนักอึ้งได้แต่ก็แค่บางส่วน  
               โฉมใหม่รถไฟไทย  สิ้นสุดการรอคอย   หมดคำถาม  แต่การสะสางปัญหาหนี้สิน   ยังต้องรอคำตอบ

อ่านต่อที่ : http://www.dailynews.co.th/economic/510108

Add comment


Security code
Refresh

ข่าวสารบทความสำนักโลจิสติกส์

ข่าวประชาสัมพันธ์ สำนักโลจิสติกส์

ข่าวสารบทความ หน่วยงานภายนอก