Get Adobe Flash player
ThaiEnglish (UK)
HOT NEWS

ค้นหาข้อมูลในเว็ป Logistics

ปฎิทินกิจกรรม

November 2017
S M T W T F S
29 30 31 1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 1 2
December 2017
S M T W T F S
26 27 28 29 30 1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31 1 2 3 4 5 6

Benchmarking  : เครื่องมือสู่ความเป็นเลิศทางธุรกิจ

             จากคำพูดที่ว่า “You can’t manage what you don’t measure” ซึ่งเป็นแนวคิดด้านการบริหารในอดีตที่ยังคงสามารถใช้ได้จนถึงปัจจุบัน แสดงให้เห็นว่าการที่เราจะบริหารสิ่งใด เราจำเป็นที่จะต้องสามารถวัดผลจากการบริหารนั้นได้ด้วย การวัดผลองค์กรของตนเอง และเปรียบเทียบกับองค์กรอื่นที่ทำได้ดีกว่า เพื่อการพัฒนาตนเอง เรียกว่า “Benchmarking”

             ความหมายของ Benchmarking

             Benchmarking  หมายถึง  วิธีการในการวัดและเปรียบเทียบ  ผลิตภัณฑ์  บริการ และวิธีการปฏิบัติกับองค์กรที่สามารถทำได้ดีกว่า หรือองค์กรชั้นนำในกลุ่ม  (Best-in-Class) เพื่อนำผลของการเปรียบเทียบมาใช้ในการปรับปรุงองค์กรของตนเองเพื่อมุ่งสู่ความเป็นเลิศทางธุรกิจ โดยนำวิธีการปฏิบัติที่ดี (Best Practice) ขององค์กรชั้นนำในกลุ่มซึ่งประสบความสำเร็จมากกว่า ไปประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนาตนเองให้เท่าเทียมหรือเหนือกว่าคู่แข่ง

            กระบวนการทำ Benchmarking

            การทำ Benchmarking เป็นการพัฒนาตนเองอย่างเป็นระบบต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม ที่สามารถวัดและตรวจสอบได้ มีขั้นตอนในการทำ 4  ขั้นตอน ดังนี้

  1. เราอยู่ที่ไหน กำหนดเป้าหมายในการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาขององค์กร ระบุถึงตัวชี้วัด (KPIs) และวิธีการเทียบประเมินในมติต่างๆ
  2. ใครเก่งที่สุด ดำเนินการวัดตนเองตามตัวชี้วัดที่กำหนด และเปรียบเทียบผลกับองค์กรชั้นนำในกลุ่มโดยข้อมูลต้องมีความน่าเชื่อถือ
  3.  เขาทำอย่างไร วิเคราะห์ช่วงห่าง (Gap) ของสมรรถนะต่างๆ หาสาเหตุที่เกิดขึ้น และศึกษาวิธีการปฏิบัติที่ดี (Best Practice) ขององค์กรชั้นนำ เพื่อปรับปรุงการปฏิบัติงานให้ดีขึ้น
  4. เราจะทำอย่างไรให้ดีกว่า จากผลการศึกษาวิเคราะห์นำมาประยุกต์ใช้กับองค์กร เพื่อสร้างคุณภาพ ประสิทธิภาพ และประสิทธิผล รวมทั้งยกระดับความสามารถในการแข่งขันขององค์กรให้ยั่งยืนต่อไป

            การ Benchmarkingประสิทธิภาพโลจิสติกส์และโซ่อุปทานภาคอุตสาหกรรม

            การบริหารจัดการโลจิสติกส์และโซ่อุปทานอย่างมีประสิทธิภาพของภาคอุตสาหกรรม ส่งผลโดยตรงต่อการลดต้นทุน และเพิ่มความพึงพอใจของลูกค้า การทำ Benchmarking เพื่อประเมินประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์และโซ่อุปทาน เป็นเรื่องสำคัญและมีความจำเป็นสำหรับผู้ประกอบการ สำนักโลจิสติกส์ จึงได้จัดทำ “โครงการพัฒนาฐานข้อมูลเกณฑ์เทียบวัดประสิทธิภาพโลจิสติกส์และโซ่อุปทานภาคอุตสาหกรรม” โดยได้ดำเนินการสำรวจข้อมูลประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์และโซ่อุปทานจากสถานประกอบการชั้นนำ เพื่อจัดทำเป็นฐานข้อมูลสำหรับเป็นเกณฑ์เทียบวัดที่มีความน่าเชื่อถือ โดยได้กำหนดตัวชี้วัดประสิทธิภาพด้าน
โลจิสติกส์ ที่เป็นรูปธรรม จำนวน 27 ตัวชี้วัด ครอบคลุ่ม 9 กิจกรรมด้านโลจิสติกส์ ใน 3 มิติ ด้านต้นทุน เวลา และความน่าเชื่อถือ

            9 กิจกรรมด้านโลจิสติกส์ ประกอบด้วย

1. การวางแผนหรือการคาดการณ์ความต้องการของลูกค้า (Demand Forecasting and Planning)

2. การให้บริการแก่ลูกค้าและกิจกรรมสนับสนุน (Customer Service and Support)

3. การสื่อสารด้านโลจิสติกส์และการจัดการคำสั่งซื้อ (Logistics Communication and Order Processing)

4. การจัดซื้อจัดหา (Purchasing and Procurement)

5. การขนถ่ายวัสดุ และการบรรจุหีบห่อ (Materials Handling and Packaging)

6. การจัดการคลังสินค้า (Warehousing and Storage)

7. การบริหารสินค้าคงคลัง (Inventory Management)

8. การขนส่ง (Transportation)

9. โลจิสติกส์ย้อนกลับ (Reverse Logistics)

            สำหรับตัวชี้วัดประสิทธิภาพโซ่อุปทาน ได้คำนึงถึงสมรรถนะด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับโซ่อุปทาน โดยได้วิเคราะห์ออกเป็น 5 สมรรถนะ ที่สำคัญได้แก่ด้านความน่าเชื่อถือ (Reliability) ด้านการตอบสนอง (Responsiveness) ด้านการปรับตัวและความยืดหยุ่น (Agility) ด้านต้นทุน (Cost) และด้านการจัดการสินทรัพย์ (Asset Management Efficiency) เพื่อให้ผู้ประเมินสามารถทราบถึงจุดแข็ง จุดอ่อน รวมถึงความเสี่ยงที่มีอยู่ภายในซัพพลายเชนขององค์กร อันจะนำไปสู่การปรับปรุง พัฒนาระบบซัพพลายเชนที่เหมาะสม สามารถแข่งขันได้อย่างยั่งยืน รวมจำนวน 10 ตัวชี้วัด

            ตัวชี้วัดประสิทธิภาพทั้งด้านโลจิสติกส์และโซ่อุปทาน ที่ทางสำนักโลจิสติกส์ จัดทำขึ้น สามารถนำไปเป็นเครื่องมือที่ใช้ได้จริงในการดำเนินงานของสถานประกอบการ โดยอาจจะนำไปประยุกต์ใช้เป็น KPIs สำหรับแต่ละแผนกในองค์กรเพื่อให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป ทั้งนี้ทุกสถานประกอบการสามารถประเมินประสิทธิภาพโลจิสติกส์และโซ่อุปทานได้ด้วยตนเองโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายผ่านระบบ Online ภายใต้ชื่อเว็บไซต์ lpi.dpim.go.th ของกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่

Add comment


Security code
Refresh

ข่าวสารบทความสำนักโลจิสติกส์

ข่าวประชาสัมพันธ์ สำนักโลจิสติกส์

ข่าวสารบทความ หน่วยงานภายนอก