Get Adobe Flash player
ThaiEnglish (UK)
HOT NEWS

ค้นหาข้อมูลในเว็ป Logistics

ปฎิทินกิจกรรม

November 2017
S M T W T F S
29 30 31 1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 1 2
December 2017
S M T W T F S
26 27 28 29 30 1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31 1 2 3 4 5 6

Logistics & Local Economy พลังในการขับเคลื่อนภูมิภาค

   จากนโยบายรัฐบาลที่ให้ความสำคัญต่อการส่งเสริมและพัฒนา SMEs เพื่อให้สามารถเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ เพื่อสร้างความเข้มแข็งจากภายในประเทศ โดยเฉพาะเศรษฐกิจฐานรากในระดับท้องถิ่น หรือที่เรียกว่า Local Economy โดยให้ทุกหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องเร่งเครื่องดำเนินงานเพื่อขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าว ทั้งนี้ เพื่อเชื่อมโยงการสร้างความเข้มแข็งหรือรายได้ภายในประเทศ สู่โครงสร้างเศรษฐกิจยุค Digital Economy เพื่อเตรียมความพร้อมให้ภาคอุตสาหกรรมเข้าสู่ Industry 4.0 และประเทศไทย 4.0 ในที่สุด

     วารสาร Logistics Forum ฉบับนี้ ได้รับเกียรติจากรองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นางสาวนิสากร       จึงเจริญธรรม กล่าวถึงการดำเนินงานของกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมทั้งการส่งเสริมและพัฒนาการเชื่อมโยงระบบโลจิสติกส์และโซ่อุปทานของ SMEs ในภูมิภาค เพื่อขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวข้างต้น เนื่องจากการเชื่อมโยงระบบโลจิสติกส์และโซ่อุปทาน เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่สามารถยกระดับผู้ประกอบการได้ทั้งระบบ

    นางสาวนิสากร  จึงเจริญธรรม รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่ารัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณจำนวน 20,000 ล้านบาท เพื่อตั้งกองทุนพัฒนา SMEs ตามแนวประชารัฐ ซึ่งเป็นกองทุนที่ช่วยเหลือและส่งเสริม SMEs ให้มีการดำเนินการที่เชื่อมโยงกับนโยบาย Local Economy ทั้งนี้จะเป็นการบูรณาการงานทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ระหว่างกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงอุตสาหกรรม โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดและสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด เป็นกลไกดำเนินการขับเคลื่อนกองทุนดังกล่าว ร่วมกับหน่วยงานภาคีทั้งภาครัฐ สถาบันการศึกษา และภาคเอกชน ทั้งในส่วนกลางและภูมิภาค

    นอกจากนี้ อีกหนึ่งกลไกที่สำคัญ คือ การพัฒนาระบบโลจิสติกส์และโซ่อุปทาน เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำในทุกมิติ โดยเฉพาะการขยายความร่วมมือจากผู้ประกอบการขนาดใหญ่ หรือผู้นำ      โซ่อุปทาน (Channel Master) ไปสู่ SMEs ที่อยู่ในโซ่อุปทานเดียวกัน เนื่องจากทำให้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจ ลดต้นทุน และสร้างความพึงพอใจให้กับทุกหน่วยในโซ่อุปทานได้อย่างยั่งยืนทั้งระบบ สำหรับในปี 2560 กระทรวงอุตสาหกรรม โดยสำนักโลจิสติกส์ กรมอุตสากรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ ได้ดำเนินงานโครงการสำคัญๆ ที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ ”

  • โครงการเชื่อมโยงโซ่อุปทานของกลุ่มอุตสาหกรรม SMEs

    เป็นการดำเนินงานพัฒนาผู้ประกอบการ SMEs ให้มีทั้งองค์ความรู้ เครื่องมือ และเทคโนโลยีสำหรับการประกอบธุรกิจ เพื่อสร้างความเชื่อมโยงของกระบวนการดำเนินงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องภายใต้โซ่อุปทานเดียวกัน โดยเฉพาะกับผู้นำโซ่อุปทาน โดยการนำ SCOR Model ซึ่งเป็นตัวแบบของการจัดการโซ่อุปทานระดับสากลมาประยุกต์ใช้ เพื่อพัฒนาปรับปรุงกระบวนการดำเนินงานต่างๆ ให้เกิดการปฏิบัติอย่างมีประสิทธิภาพ ลดความสูญเสียที่เกิดขึ้นภายใต้โซ่อุปทาน ส่งผลให้เกิดความน่าเชื่อถือ สามารถตอบสนองต่อความต้องการที่รวดเร็วและทันต่อการเปลี่ยนแปลงของลูกค้า โดยอยู่บนพื้นฐานของต้นทุนการดำเนินงานที่เหมาะสม มีประสิทธิภาพในการจัดการสินทรัพย์ และเติบโตอย่างยั่งยืน

  • โครงการพัฒนาการจัดการโลจิสติกส์และโซ่อุปทานธุรกิจสินค้าอุตสาหกรรมในพื้นที่การค้าชายแดน

    ได้ดำเนินงานร่วมกับศูนย์ความเป็นเลิศด้านการจัดการโซ่อุปทานและโลจิสติกส์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในการขับเคลื่อนสถานประกอบการ 20 แห่ง ในจังหวัดพื้นที่ชายแดน ได้แก่ เชียงใหม่-เชียงราย หนองคาย-ขอนแก่น-อุดรธานี และสระแก้ว เพื่อสร้างต้นแบบองค์กรที่สามารถสร้างเครือข่ายและการเชื่อมโยงโซ่อุปทานระหว่างประเทศ ในรูปแบบของการจัดหาทรัพยากรและวัตถุดิบในการผลิต การสร้างเครือข่ายการผลิต ช่องทางการค้า การกระจายสินค้า และการให้บริการด้านโลจิสติกส์ การสร้างโอกาสในการลงทุน และการสร้างคู่ค้าเชิงกลยุทธ์ (Strategic Partner) ในประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงการกำหนดกลยุทธ์องค์กรและการพัฒนาบุคลากร เพื่อรองรับทิศทางการปรับเปลี่ยนของอุตสาหกรรมในอนาคต ภายใต้บริบทของโซ่อุปทานในยุคการค้าเสรี

  • โครงการ Workshop สัญจรขยายผลความรู้ด้านโลจิสติกส์และโซ่อุปทานภาคอุตสาหกรรมระดับจังหวัด

  โดยดำเนินการฝึกอบรมบุคลากรเพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้พร้อมทั้งมีภาคปฏิบัติด้านการจัดการ       โลจิสติกส์ผ่านกิจกรรม “Workshop สัญจรพารวย ด้วย Smart Logistics” ทั้งนี้ ได้ดำเนินงานมาแล้ว 51 จังหวัดทั่วประเทศใน 5 ปีที่ผ่านมา มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 3,900 ราย สำหรับในปีนี้ กำหนดจัดกิจกรรมใน 8 จังหวัด ได้แก่ อุบลราชธานี มหาสารคาม ระยอง สระแก้ว สุโขทัย ชุมพร พัทลุง และภูเก็ต โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นผู้ประกอบการ SMEs ทั้งภาคการผลิต ภาคการค้า และภาคบริการ จำนวน 500 ราย กระตุ้นให้ผู้ประกอบการสามารถพัฒนาวางแผนธุรกิจ กำหนดแนวทางการปรับปรุงและยกระดับการจัดการโลจิสติกส์ให้มีประสิทธิภาพ    ลดต้นทุนโลจิสติกส์ภายในองค์กร และเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประเทศไทยยุค 4.0 ต่อไป

   จากที่กล่าวมาทั้งหมดจะเห็นได้ว่ากระทรวงอุตสาหกรรม ได้เร่งดำเนินงานเพื่อขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของรัฐบาล โดยการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ SMEs ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ซึ่งนับว่าเป็นกลไกสำคัญในขับเคลื่อนประเทศให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เพื่อพัฒนาสู่ “ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน” ตามโมเดล “ประเทศไทย 4.0” ของรัฐบาลในอนาคตอันใกล้ ท่านนิสากร จึงเจริญธรรม รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวในตอนท้าย

Add comment


Security code
Refresh

ข่าวสารบทความสำนักโลจิสติกส์

ข่าวประชาสัมพันธ์ สำนักโลจิสติกส์

ข่าวสารบทความ หน่วยงานภายนอก