Get Adobe Flash player
ThaiEnglish (UK)
HOT NEWS

ค้นหาข้อมูลในเว็ป Logistics

ปฎิทินกิจกรรม

November 2017
S M T W T F S
29 30 31 1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 1 2
December 2017
S M T W T F S
26 27 28 29 30 1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31 1 2 3 4 5 6

บี.เอ็น. บราเดอร์ พลังคนผสานเทคโนโลยี พัฒนาธุรกิจให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด

     หากจะพูดถึงสีทาไม้และสีทาอาคาร ชื่อ “เบเยอร์” น่าจะเป็นชื่อแรกๆ ที่หลายคนนึกถึง เพราะเป็นแบรนด์ที่อยู่คู่สังคมไทยมากว่าครึ่งศตวรรษ ด้วยความมุ่งมั่นและวิสัยทัศน์ของผู้บริหารทำให้ธุรกิจของบริษัทเติบโตอย่างก้าวกระโดดและต่อเนื่องจวบจนปัจจุบัน เบเยอร์แบรนด์สีชั้นนำที่มีทั้งสีทาอาคาร ผลิตภัณฑ์ดูแลรักษาเนื้อไม้ และผลิตภัณฑ์เคมีก่อสร้างและอุตสาหกรรม ซึ่งในปีที่ผ่านมา บริษัทมียอดขายอยู่ที่ประมาณ 4,000 ล้านบาท โดยมาจากตลาดภายในประเทศถึง 95%

     คุณวรวัฒน์ ชัยยศบูรณะ รองประธานกรรมการ กล่าวถึงความเป็นมาของบริษัทว่า “บี.เอ็น บราเดอร์ คือ บริษัทผู้ผลิตสีให้กับ บริษัท เบเยอร์ จำกัด ซึ่งทั้งสองบริษัทก่อตั้งโดย คุณประเสริฐ ชัยยศบูรณะ มีวิสัยทัศน์อันแรงกล้าที่จะสร้างธุรกิจสีในประเทศไทย โดยคนไทย เพื่อคนไทย เพราะเมื่อ 50 ปีก่อน มีแบรนด์สีที่ผลิตโดยคนไทยน้อยมาก ส่วนใหญ่จะต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ท่านจึงมองเห็นโอกาสทางธุรกิจและมีวิสัยทัศน์ว่าวันหนึ่งคนไทยจะมีสีคุณภาพดีของคนไทย ที่ให้บริการแบบไทย และเข้าใจคนไทย”

     ธุรกิจสีไม่ได้มีเพียงการผลิตสีเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องมีการบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพ รวดเร็ว วางใจได้ ตอบโจทย์ทั้งของบริษัทและลูกค้านับหมื่นรายที่กระจายอยู่ทั่วทั้งในและต่างประเทศ ผู้บริหารจึงให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการระบบโลจิสติกส์และซัพพลายเชนมาโดยตลอด เพื่อให้สอดคล้องกับปัจจัยต่างๆ ของธุรกิจ และสภาพการแข่งขันที่เปลี่ยนไปตามยุคสมัย

     “เราให้ความสำคัญกับนวัตกรรมสมัยใหม่ในทุกๆ ด้าน โดยมุ่งเน้นเป็น Smart Beger ผสมผสานเทคโนโลยีเพื่อให้เป็นโรงงานอัจฉริยะ รวมถึงนำนวัตกรรมด้านระบบโลจิสติกส์และซัพพลายเชนมาพัฒนาโดยตลอด สอดคล้องตามแนวทางภาครัฐที่ได้กำหนดนโยบายในการพัฒนาประเทศไทยสู่เป้าหมาย Thailand 4.0 ทั้งนี้ นับได้ว่านวัตกรรมด้านโลจิสติกส์และซัพพลายเชนของเรานั้น พัฒนาอย่างค่อนข้างก้าวกระโดดโดยเฉพาะในช่วง 10 ปีหลัง ซึ่งเมื่อ 7 ปีก่อน เราได้ลงทุนก้อนใหญ่กับการก่อสร้างคลังสินค้าขนาดใหญ่เนื้อที่กว่า 13,000 ตารางเมตร เราเลยเริ่มปักหมุดว่าเราจะต้องจริงจังกับการพัฒนาระบบโลจิสติกส์และซัพพลายเชนให้มากขึ้น เพราะเมื่อเรามีฮาร์ดแวร์แล้ว ซอฟต์แวร์ของเราก็ต้องพร้อมด้วย จากเดิมเมื่อ 15 ปีก่อน เราเคยเขียนซอฟต์แวร์เพื่อใช้ในคลังสินค้าเดิมอยู่แล้ว แต่เมื่อธุรกิจของเราเติบโตขึ้น คลังสินค้าของเราใหญ่ขึ้น เราก็เริ่มนำซอฟต์แวร์ของต่างประเทศเข้ามาใช้ในการทำงาน ซึ่งต้องใช้เวลากว่า 5 ปี เพื่อปรับระบบซอฟต์แวร์ให้เหมาะสมกับธุรกิจของเราและคนของเรา เพราะซอฟต์แวร์ที่ดี แค่มีเงินใครก็ซื้อได้ แต่จะทำอย่างไรให้ซอฟต์แวร์ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ก็ต้องอาศัยทีมงานที่จะต้องมีความเข้าใจระบบการทำงานอย่างถูกต้อง เราจึงต้องใส่คน ใส่ความคิด เข้าไปในตัวซอฟต์แวร์ด้วย”

     แม้ว่า บี.เอ็น.บราเดอร์ จะมีการพัฒนาระบบโลจิสติกส์และซัพพลายเชนอย่างต่อเนื่องมามากกว่าสิบปี แต่เมื่อธุรกิจเติบโตมากขึ้น มีความท้าทายใหม่ๆ มากขึ้น บี.เอ็น.บราเดอร์ ก็ต้องขยับตัวให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ซึ่งโครงการเพิ่มประสิทธิภาพโลจิสติกส์ภาคอุตสาหกรรมกลุ่มอุตสาหกรรมพลาสติกและเคมีภัณฑ์ ของสำนักโลจิสติกส์ กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ ก็ได้เข้ามาตอบโจทย์ความต้องการของ บี.เอ็น.บราเดอร์ ได้อย่างลงตัว บริษัทจึงดำเนินโครงการด้านการเพิ่มประสิทธิภาพโลจิสติกส์ถึง 4 โครงการพร้อมกัน โดยโครงการแรก คือ การลดปริมาณสินค้าสำเร็จรูปคงคลัง โดยได้นำหลักการพยากรณ์การขาย หลักการควบคุมสินค้าคงคลัง และการวิเคราะห์โดยใช้กราฟสถิติเข้ามาวิเคราะห์ข้อมูล ซึ่งสามารถลดการถือครองสินค้าต้นงวดได้ถึง 32.73% สอง คือ โครงการลดปริมาณวัตถุดิบคงคลัง โดยได้มีการออกแบบและพัฒนาซอฟต์แวร์ที่สามารถพยากรณ์การสั่งผลิตและพยากรณ์การขายได้แม่นยำมากขึ้น ทำให้สามารถคำนวณวัตถุดิบที่ต้องใช้ในการผลิตได้แม่นยำยิ่งขึ้น จนสามารถลดมูลค่าวัตถุดิบคงคลังได้ถึง 17.38% ส่วนสาม คือ โครงการลดค่าใช้จ่ายในการส่งของลูกค้าในกรุงเทพ จะใช้โปรแกรม Capacitated Vehicle Routing Problem (CVRP) ร่วมกับ Google Map ในการคำนวณเส้นทางขนส่งที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพที่สุด ซึ่งช่วยลดค่าขนส่งได้ถึง 26.25% และสุดท้าย คือ โครงการลดปริมาณสินค้ารับคืน โดยบริษัทได้กำหนดนโยบายหลักเกณฑ์การเปลี่ยนหรือคืนสินค้าที่ชัดเจน ทำให้สามารถลดมูลค่าสินค้ารับคืนได้ถึง 47.02% จากการดำเนินโครงการข้างต้น บี.เอ็น.บราเดอร์ สามารถลดต้นทุนคิดเป็นมูลค่ารวมได้ถึง 119 ล้านบาท”

     “นอกจากผลลัพธ์ที่ได้ คือ การเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ลดขั้นตอนในการทำงาน และต้นทุนที่ลดลงแล้ว เรายังได้แลกเปลี่ยนมุมมองกับผู้ประกอบการรายอื่นๆ ทำให้เกิดพันธมิตรและเครือข่าย ประกอบกับได้เห็นอะไรหลายอย่างที่เป็นมุมมองจากคนภายนอก เพราะถ้าไม่มีคนนอกมาดู เราก็คิดว่าการทำงานของเราก็ดีอยู่แล้ว แต่พอได้คุยกับอาจารย์ที่ปรึกษาก็เป็นการเปิดโลกให้กว้างขึ้น พอคณะทำงานได้คุยกับอาจารย์ที่ปรึกษาก็นำไปสื่อสารกับทีมงานต่อ ทำให้เขาเห็นความสำคัญของโครงการ ซึ่งเราก็ยอมรับว่าตามปกติแล้วคนมักจะกลัวการเปลี่ยนแปลง แต่เราต้องชูให้เขาเห็นถึงประโยชน์ของโครงการว่าเป็นสิ่งที่ดีกับทั้งคนทำงานและดีต่อบริษัทด้วย ทีมงานจึงพร้อมที่จะให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี”

 “ผู้ประกอบการหลายรายอาจจะให้ความสำคัญกับเรื่องโลจิสติกส์เป็นเรื่องท้ายๆ แต่ที่เบเยอร์เราให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ทั้งระบบซัพพลายเชน หลายคนอาจจะมองว่าเรื่องโลจิสติกส์เป็นเรื่องทั่วไปแต่ผมมองว่า เราสามารถทำเรื่องทั่วไป (Common) ให้เป็นเลิศ (Excellence) ได้ ซึ่งภาครัฐมีทั้งโครงการและที่ปรึกษาดีๆ ที่พร้อมให้ไอเดียและคำแนะนำกับผู้ประกอบการในการพัฒนาธุรกิจให้บรรลุเป้าหมาย ผมจึงอยากเห็นผู้ประกอบการให้ความสำคัญกับระบบโลจิสติกส์มากขึ้น ซึ่งจะช่วยเสริมศักยภาพในการแข่งขันได้อย่างมากครับ” คุณวรวัฒน์กล่าวทิ้งท้าย

   นางดวงกมล สุริยฉัตร ผู้อำนวยการสำนักโลจิสติกส์ ได้กล่าวถึงการดำเนินงาน “โครงการเพิ่มประสิทธิภาพโลจิสติกส์ภาคอุตสาหกรรม” ประจำปี 2560 ดังนี้

    “ปัจจุบันสภาวะอุตสาหกรรมมีการขยายตัวสูงขึ้น ทำให้เกิดการแข่งขันกันทางด้านอุตสาหกรรมเพิ่มสูงมากขึ้น สถานประกอบการจำเป็นต้องทำการลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพโลจิสติกส์ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน สำนักโลจิสติกส์ จึงดำเนินโครงการเพิ่มประสิทธิภาพโลจิสติกส์ภาคอุตสาหกรรม มาตั้งแต่ปี 2551 จนถึงปี 2559 ตลอดระยะเวลา 8 ปี มีสถานประกอบการเข้าร่วมโครงการทั้งสิ้น 900 ราย สามารถลดต้นทุนได้ถึง 11,000 ล้านบาท นับว่าเป็นโครงการที่ดีและเห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม”

       “เนื่องจากระบบโลจิสติกส์เป็นเรื่องของทุกๆ กิจกรรมที่เกิดขึ้นในการดำเนินธุรกิจ ที่เกี่ยวข้องกันในการเคลื่อนไหลของสินค้า บริการ และข้อมูลระหว่างกัน ดังนั้น การเพิ่มประสิทธิภาพโลจิสติกส์ย่อมส่งผลให้การดำเนินงานขององค์กรเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้สูงสุด คือ ต้นทุนที่ลดลงและกำไรที่เพิ่มขึ้น ตลอดจนความพึงพอใจของลูกค้า และช่วยให้สถานประกอบการไทยมีความสามารถทางการแข่งขันในระดับสากลได้ ในปีนี้เราจึงดำเนินโครงการเพิ่มประสิทธิภาพโลจิสติกส์ภาคอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง โดยจะรับสมัครสถานประกอบการเข้าร่วมโครงการจำนวน 60 ราย”

    “จากนโยบายรัฐบาล การพัฒนาระบบโลจิสติกส์และซัพพลายเชนเป็นภารกิจสำคัญที่บรรจุอยู่ในร่างแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของไทย ฉบับที่ 3 (พ.ศ.2560–2564) จึงเป็นเวลาที่เหมาะสมที่ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมจะหันมาให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบโลจิสติกส์และ
ซัพพลายเชน ซึ่งหน่วยงานภาครัฐพร้อมที่จะสนับสนุนให้ก้าวเดินไปพร้อมกับผู้ประกอบการในทุกกลุ่มอุตสาหกรรม เพื่อให้บรรลุสู่เป้าหมายประเทศไทย 4.0 ค่ะ”

Comments   

 
0 #1 60LOF39 บี.เอ็น. บราเดอร์ พลังคนผสานเทคโน โลยี พัฒนาธุรกิจให้เ ติบโตอย่างก้าวก ระโดดMagdalena 2017-11-20 01:03
I have noticed you don't monetize your website,
don't waste your traffic, you can earn extra cash every month because you've got hi quality content.
If you want to know how to make extra $$$, search
for: Boorfe's tips best adsense alternative

Look at my web-site - FirstTerrie: https://11Pedro.blogspot.co.uk
Quote
 

Add comment


Security code
Refresh

ข่าวสารบทความสำนักโลจิสติกส์

ข่าวประชาสัมพันธ์ สำนักโลจิสติกส์

ข่าวสารบทความ หน่วยงานภายนอก