Get Adobe Flash player
ThaiEnglish (UK)
HOT NEWS

ค้นหาข้อมูลในเว็ป Logistics

ปฎิทินกิจกรรม

September 2017
S M T W T F S
27 28 29 30 31 1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
October 2017
S M T W T F S
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31 1 2 3 4

"กระทรวงอุตสาหกรรม ขานรับนโยบายรัฐบาล

เดินหน้ายกระดับขีดความสามารถภาคอุตสาหกรรมไทย"

     จากนโยบายในการพัฒนาประเทศของรัฐบาล ที่มีเป้าหมายมุ่งสู่การเป็นประเทศอุตสาหกรรมที่ผสานนวัตกรรมร่วมกับเอกลักษณ์และภูมิปัญญาไทย อันจะทำให้ประเทศไทยหลุดพ้นจากกับดักประเทศรายได้ปานกลาง หรือที่รู้จักกันดีในชื่อนโยบาย “ประเทศไทย 4.0” วารสาร Logistics Forum ในฉบับนี้ ได้รับเกียรติจาก นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ที่เปิดเผยถึงแนวนโยบายของกระทรวงอุตสาหกรรม ในการยกระดับการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทยตามนโยบายดังกล่าว และสอดคล้องกับกระแสความเปลี่ยนแปลงอันรวดเร็วทั้งทางเศรษฐกิจและสังคม ของโลกยุคปัจจุบัน

     นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า “จากผลการสำรวจในรายงาน The Global Competitiveness Report 2016–2017 ของ World Economic Forum (WEF) ที่เปรียบเทียบความสามารถการแข่งขันของ 138 ประเทศทั่วโลก ซึ่งประเทศไทยได้รับการจัดให้อยู่ในอันดับที่ 34 โดยได้ 4.6 คะแนน จากคะแนนเต็ม 7 คะแนน ซึ่งใกล้เคียงปีที่แล้ว ซึ่งอยู่ในอันดับ 32 และได้ 4.6 คะแนน เท่ากัน ทั้งนี้ พบว่ากิจกรรมหลักที่ประเทศไทยต้องเร่งพัฒนา เนื่องจากมีคะแนนต่ำและส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาคอุตสาหกรรม  คือ (1) ประสิทธิภาพแรงงาน (Labor Market Efficiency) (2) ความพร้อมด้านเทคโนโลยี (Technology Readiness) (3) ศักยภาพทางธุรกิจ (Business Sophistication) และ (4) นวัตกรรม (Innovation) สอดคล้องกับ IMD (International Institute for Management Development) ที่ในปี 2559 ได้จัดลำดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย ในหมวดประสิทธิภาพของภาคธุรกิจ (Business Efficiency) เป็นลำดับที่ 25 จาก 61 ประเทศ ซึ่งต่ำลงจากปีที่ผ่านๆมา ดังนั้น ประเทศไทยต้องมุ่งเน้นการส่งเสริมสนับสนุนด้านการวิจัยและพัฒนาเพื่อสร้างนวัตกรรม การลงทุนทางด้านเทคโนโลยีของผู้ประกอบการ การเชื่อมโยงทางธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้ง การพัฒนาบุคลากรให้เป็นมืออาชีพ มีทักษะ และมีความคิดสร้างสรรค์ เพื่อความสามารถทางการแข่งขันได้ในอนาคต”

     “เพื่อยกระดับขีดความสามารถของประเทศไทย ในส่วนของกระทรวงอุตสาหกรรมได้ดำเนินการ 2 ด้านหลัก ด้านแรก คือ การปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมของประเทศ ซึ่งเดิมเราเน้นการผลิตที่ปริมาณมาก แต่ปัจจุบันเราต้องขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยเทคโนโลยี นวัตกรรม และความคิดสร้างสรรค์ ที่จะสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลิตภัณฑ์มีมูลค่าสูงขึ้น ด้านที่สองซึ่งสำคัญมากคือ เรื่องของคน เนื่องจากผู้ประกอบการเป็นหัวใจหลักที่ต้องตระหนักถึงความสำคัญขององค์ความรู้ใหม่ๆ ว่าประเทศไทย 4.0 คืออะไร แล้วตัวท่านอยู่ตรงไหน และเป็นหน้าที่ของกระทรวงอุตสาหกรรมที่จะมีส่วนช่วยผู้ประกอบการไทย รวมถึงคนไทยในภาคส่วนอื่นให้ก้าวไปด้วยกัน โดยมีเป้าหมายให้ก้าวทันโลก ซึ่งเป็นโจทย์ใหญ่ของกระทรวงอุตสาหกรรม”

     “ทั้งนี้ เนื่องจากความพร้อมของผู้ประกอบการไม่เท่ากัน กระทรวงอุตสาหกรรม ได้วางนโยบายสนับสนุนและส่งเสริมภาคอุตสาหกรรมในทุกระดับ เพื่อให้เกิดความชัดเจน จึงได้มีการจัดอุตสาหกรรมเป็นกลุ่ม S-Curve โดยมุ่งเน้นการขับเคลื่อน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ซึ่งแบ่งเป็น 5 อุตสาหกรรมใหม่ (New S-Curve) ที่ค่อนข้างไฮเทคใช้เทคโนโลยีสูง และ 5 กลุ่มอุตสาหกรรมเดิมที่มีศักยภาพ (First S-Curve) จะได้รับการต่อยอดให้ขยับปรับตัวขึ้น ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยเข้าสู่โซ่อุปทานระดับโลก”

     “สำหรับการพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (Small and Medium Enterprise : SMEs)   กระทรวงอุตสาหกรรม เป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนการพัฒนาและส่งเสริมสนับสนุน SMEs โดยดำเนินการผ่านความร่วมมือเชิงบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา ภายใต้กลไกความร่วมมือตามแนวทางประชารัฐ ให้ทุกหน่วยงานได้ประสานงานร่วมกัน คิดในเชิงรุก (Pro Active) ไม่ยึดติดกรอบ โดยอาจแบ่ง SMEs เป็น 2 กลุ่ม คือ

     1)    กลุ่มที่ต้องการความช่วยเหลือในปัจจุบัน

     2)    กลุ่มที่ไม่มีปัญหา แต่พร้อมจะยกระดับขีดความสามารถไปสู่ S-Curve

     โดยในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา กลุ่ม SMEs เป็นโจทย์ใหญ่และท้าทายมาจนถึงปัจจุบัน เนื่องจากเป็นจุดเริ่มต้นของธุรกิจขนาดใหญ่ และยังเป็นห่วงโซ่เล็กๆ ที่มีจำนวนมากอยู่ทั่วประเทศ ก่อให้เกิดการจ้างงานและกระจายการพัฒนาไปสู่ชุมชน ส่งผลให้เกิดมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศจากการส่งออก อีกทั้งสามารถสร้างเป็นฐานรากของการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านประเทศไทยไปสู่ยุค 4.0 อันเกิดจากผลของการสร้างความเข้มแข็งและเติบโตของ SMEs ไทยที่เป็นไปอย่างแข็งแรงและสมดุล ส่งผลต่อการพัฒนาสู่ความยั่งยืน  และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในที่สุด” ท่านรัฐมนตรีอุตตม สาวนายน กล่าวในตอนท้าย

Add comment


Security code
Refresh

ข่าวสารบทความสำนักโลจิสติกส์

ข่าวประชาสัมพันธ์ สำนักโลจิสติกส์

ข่าวสารบทความ หน่วยงานภายนอก