Get Adobe Flash player
ThaiEnglish (UK)
HOT NEWS

ค้นหาข้อมูลในเว็ป Logistics

ปฎิทินกิจกรรม

November 2017
S M T W T F S
29 30 31 1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 1 2
December 2017
S M T W T F S
26 27 28 29 30 1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31 1 2 3 4 5 6

การกำหนดแผนที่นําทางเทคโนโลยี (Technology Road Mapping: TRM)

เกียรติพงษ์  อุดมธนะธีระ

นักวิชาการคอมพิวเตอร์ชำนาญการพิเศษ สำนักโลจิสติกส์

ในฉบับที่ผ่านมาเรากล่าวถึงการเตรียมตัวขององค์กรเพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของตนเองในยุคอุตสาหกรรม 4.0 ที่ควรจะมีหน่วยงานวิจัยพัฒนา (R&D) และหน่วยงานนวัตกรรม (Innovation) แต่เนื่องจากการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ โดยการใช้ความรู้และนวัตกรรมจากการวิจัยและพัฒนา อาจยังไม่เพียงพอ เพราะแนวคิดเหล่านั้นอาจไม่ได้นำเอาทิศทางของเทคโนโลยีมาร่วมในการกำหนดแผนงาน ผลงานที่ได้จึงไม่ทันกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่รวดเร็ว จึงควรนำเอาเทคโนโลยีมาประกอบในการทำแผนหรือที่เรียกว่า แผนที่นําทางเทคโนโลยี (Technology Road Mapping: TRM) ซึ่งเป็นแนวคิดที่นำเอาเทคโนโลยีมาเป็นปัจจัยร่วมในการกำหนดทิศทางการขับเคลื่อนองค์กร ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลว่าสามารถใช้เป็นเครื่องมือทำแผนในเชิงนโยบายด้านต่างๆ ได้อย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ

แผนที่นําทางเทคโนโลยี เป็นวิธีการเชิงกลยุทธ์ที่เชื่อมกลยุทธ์ทางธุรกิจเข้ากับการพัฒนาเทคโนโลยี วิเคราะห์ความสัมพันธ์ของปัจจัยในทางธุรกิจ ทั้งปัจจัยภายนอกและปัจจัยภายในองค์กร เช่น ทิศทางเทคโนโลยีและทรัพยากรที่มี ช่วยในการตัดสินใจในแผนการลงทุนและพัฒนาด้านเทคโนโลยีขององค์กรให้มีประสิทธิภาพ หรือเป็นการวางแผนใช้เทคโนโลยีขององค์กรในอนาคต โดยการคาดการณ์ทิศทางของเทคโนโลยีที่จะมีการพัฒนาในอนาคต และมองภาพเส้นทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทั้งด้านมิติการตลาดและเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง

     ขั้นตอนการจัดทําแผนที่นําทางเทคโนโลยี จะเกี่ยวกับการวางแผนเชิงกลยุทธ์ การจัดสรรงบประมาณ และการกำหนดแนวทางนำเทคโนโลยีมาใช้ แบ่งเป็น 5 ขั้นตอน คือ

- การระดมความคิดเห็นเพื่อกําหนดวิสัยทัศน์

- การกำหนดทิศทางพัฒนาเพื่อมุ่งสู่เป้าหมายตามวิสัยทัศน์

- การกำหนดกลยุทธ์ของการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ

- การศึกษาส่วนประกอบงานให้ใช้ร่วมกับเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง

- จัดทำเป็นแผนที่นําทางเทคโนโลยี

การเขียนแผนที่นําทางเทคโนโลยี มีหลายรูปแบบ แต่รูปแบบที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย และมีความยืดหยุ่นสามารถปรับใช้ได้ดี คือ แผนที่นําทางเทคโนโลยีแบบหลายระดับชั้น โดย EIRMA (1997) ซึ่งรูปแบบแผนผังกระบวนการประกอบด้วย

- แกนแนวนอน: เวลา เป็นตัวหลักอยู่ในแกนนอน ควรปรับให้เหมาะสมกับ ระยะเวลาแผนงาน สถานการณ์

- แกนแนวตั้ง: ปัจจัยประกอบสำคัญที่สนใจ กำหนดให้อยู่ในแนวแกนตั้ง เรียงลำดับชั้นตามความสนใจ เช่น ธุรกิจและการตลาด ผลิตภัณฑ์และการบริการ เทคโนโลยีหรือปัจจัยมุมมองด้านที่สนใจ ตามความเหมาะสม ลำดับปัจจัยประกอบ ควรจัดกลุ่มตามปัจจัยภายในจากด้านล่างไปสู่ปัจจัยภายนอกที่อยู่ด้านบน

- ข้อมูลด้านอื่น: สามารถใส่ข้อมูลด้านอื่นไว้ในแผนที่ได้ด้วย โดยใช้รูปของเครื่องมือหรือกราฟิก เช่น รูปสัญลักษณ์ รหัสสี จุดตัดสินใจที่สำคัญ ช่องว่าง เส้นทาง โอกาสและอุปสรรค เป็นต้น

- กระบวนการหรือขั้นตอน: มีขั้นตอนทำงานตามลำดับเมื่อทำเสร็จจึงจะไปขั้นต่อไป แต่ละแห่งมีขั้นตอนที่แตกต่างกันตามความเหมาะสม เช่น ประเด็นที่นำมาพิจารณา วัตถุประสงค์ ขอบเขต ทรัพยากรที่มีบุคลากร ระยะเวลา งบประมาณ ลักษณะของเรื่องที่ทำ

     ประโยชน์ของแผนที่นําทางเทคโนโลยี

- ช่วยให้ผู้บริหารมองเห็นภาพรวมขององค์กรได้อย่างชัดเจน เพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสารภายในองค์กรให้เข้าใจตรงกัน เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงาน และตัดสินใจกำหนดทิศทางขององค์กรในอนาคต

 - การเชื่อมโยงกลยุทธ์ทางธุรกิจ (Business strategy) และกลยุทธ์ด้านอื่นเข้าด้วยกัน ช่วยให้การพัฒนาองค์กรดำเนินไปในทิศทางเดียวกันในทุกส่วน

- ช่วยให้องค์กรพิจารณาจุดอ่อนจุดแข็งทางด้านเทคโนโลยีที่เป็นประโยชน์ต่อการดําเนินงาน
ช่วยลดความซํ้าซ้อนของงาน สามารถวางแผนการพัฒนาให้เหนือกว่าคู่แข่งได้

- การทำแผนที่นำทาง (Road Map) ระบุถึงศักยภาพในการนำทรัพยากรที่มีอยู่เดิมกลับมาใช้ใหม่ (Reuse) ช่วยให้องค์กรสามารถควบคุมต้นทุนได้ดีขึ้น หรือช่วยให้องค์กรสามารถจัดสรรทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

- ส่งเสริมการมีส่วนร่วม (Participation) และความรู้สึกเป็นเจ้าของ (Ownership) ของพนักงานในโครงการต่างๆ

     ทุกองค์กรควรเริ่มมีการจัดทำแผนที่นําทางเทคโนโลยี และนำมาใช้กำหนดการทำงานในอนาคต โดยเน้นให้มีการนำเอาเทคโนโลยีสารสนเทศมาช่วยในการปฏิบัติที่เหมาะสมเป็นระบบมากขึ้น และหลังจากที่ได้พัฒนาแผนแล้ว ควรคำนึงถึงเสมอว่าแผนที่ดีต้องมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอย่างสม่ำเสมอเมื่อมีเหตุที่ต้องปรับปรุง เช่น แนวโน้มการตลาดใหม่ นโยบายหรือเหตุการณ์เกิดการเปลี่ยนแปลง และควรมีการศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลการตลาดและเทคโนโลยีใหม่อยู่ตลอดเวลา เพื่อประโยชน์สูงสุดของการพัฒนาองค์กร

 

Add comment


Security code
Refresh

ข่าวสารบทความสำนักโลจิสติกส์

ข่าวประชาสัมพันธ์ สำนักโลจิสติกส์

ข่าวสารบทความ หน่วยงานภายนอก