Get Adobe Flash player
ThaiEnglish (UK)
HOT NEWS

ค้นหาข้อมูลในเว็ป Logistics

ปฎิทินกิจกรรม

November 2017
S M T W T F S
29 30 31 1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 1 2
December 2017
S M T W T F S
26 27 28 29 30 1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31 1 2 3 4 5 6

ปรับตัวและรับมืออย่างไรในยุคอุตสาหกรรม 4.0

เกียรติพงษ์ อุดมธนะธีระ

สำนักโลจิสติกส์

     ในฉบับที่ผ่านมาเรากล่าวถึงโลกของอุตสาหกรรม 4.0 (Industry 4.0) ที่เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ปัจจุบันทุกประเทศมีการเชื่อมต่อกันอย่างไร้พรมแดนในทุกมิติ ทั้งความร่วมมือทางการค้า การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การเมือง เศรษฐกิจและสังคม หลายประเทศจำเป็นต้องปรับตัวสู่การพัฒนาในยุคอุตสาหกรรม 4.0 เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของตนเองภายใต้การแข่งขันที่รุนแรงและเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

     ประเทศไทยอาจต้องใช้ระยะเวลาในการเข้าสู่อุตสาหกรรม 4.0 เนื่องจากยังไม่สามารถผลิตเทคโนโลยีได้เอง แม้จะมีการวิจัยและพัฒนาจำนวนมากแต่ยังไม่สามารถนำมาปรับใช้ได้อย่างเต็มรูปแบบ และไม่สามารถนำไปสู่การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่เป็นเทคโนโลยีขั้นสูงได้ เราควรเปลี่ยนวิธีคิดใหม่โดยมองให้ออกว่า โลกในวันนี้มีเทคโนโลยีอะไรที่จะนำมาใช้กับการผลิตของเราได้บ้าง จำเป็นแค่ไหนในการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการผลิต เราจะขับเคลื่อนศักยภาพของประเทศไปสู่การเป็นผู้ผลิตสินค้าระดับโลกได้แค่ไหน มองการผลิตสินค้าสำหรับการบริโภคของคนทั่วโลก โดยหาว่าตัวเองเก่งหรือเหมาะสมกับธุรกิจอะไร และจะสามารถนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้อย่างไร ภาครัฐและภาคธุรกิจควรต้องเตรียมพร้อมรับมือในการปฏิรูปอุตสาหกรรมครั้งนี้ร่วมกัน

     1. ภาครัฐ ปัจจุบันเริ่มมีการสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลมากขึ้น ซึ่งเป็นการวางรากฐานการพัฒนาสู่ยุคอุตสาหกรรม 4.0 ทั้งสิ้น โดยส่วนของกระทรวงอุตสาหกรรมได้วางนโยบายการพัฒนาอุตสาหกรรม ดังนี้

        1.1 การส่งเสริมต่อยอดอุตสาหกรรมใหม่โดยการจัดกลุ่มอุตสาหกรรมเป็น Cluster เพื่อพัฒนาตามกลุ่มเป้าหมาย รวมทั้งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในด้านเทคโนโลยี เช่น ห้องปฏิบัติการ ศูนย์ทดสอบ และสนามทดสอบกลาง พร้อมทั้งส่งเสริมงานวิจัยและพัฒนาให้มีเพิ่มมากขึ้น

        1.2 การส่งเสริมเพื่อสร้างผู้ประกอบการในระดับ SMEs รวมทั้งอุตสาหกรรม OTOP โดยเพิ่มการยกระดับมาตรฐานการผลิตและผลิตภัณฑ์ สร้างผู้ประกอบการรายใหม่ให้กระจายไปในภูมิภาค พัฒนาศูนย์บ่มเพาะ SMEs/OTOP ให้มีมากขึ้น ส่งเสริมเทคโนโลยีการตลาดยุคดิจิทัล รวมถึงจัดหาแหล่งเงินทุนในการพัฒนาการผลิต

        1.3 ปรับปรุงฐานการลงทุนการผลิตและการส่งออกของอุตสาหกรรม โดยแยกเป็น

             - การเพิ่มผลผลิต (Productivity) โดยการพัฒนาทักษะแรงงานและสนับสนุนให้มีการปรับเปลี่ยนเครื่องจักรให้ทันสมัย

             - การสร้างปัจจัยที่เอื้อต่อการผลิต (Enabling Factor) กำหนดกฎหมาย/กฎระเบียบ พัฒนาคน ส่งเสริมโครงสร้างพื้นฐานโลจิสติกส์ และบริหารจัดการข้อมูล Big Data

             - การเชื่อมโยงเครือข่าย (Connectivity) สร้างพันธมิตรและจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) ประสานจัดกลุ่มอุตสาหกรรมเชื่อมโยงเป็น Cluster และเชื่อมโยงการผลิตการตลาดโดยใช้ Digital Technology

             - การส่งเสริมอุตสาหกรรมสีเขียว (Green Industry) โรงงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Factory) และเมืองนิเวศน์ (ECO-Town)

     2. ภาคธุรกิจ ผู้ประกอบการควรต้องเริ่มที่จะมีการกำหนดวิสัยทัศน์ เป้าหมาย กลยุทธ์ที่ชัดเจนในเรื่องที่เกี่ยวข้องเช่น

        - การเพิ่มความร่วมมือในการผลิตร่วมกันตั้งแต่อุตสาหกรรมต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ มีการจัดกลุ่มการผลิต

        - การปรับปรุงโครงสร้างองค์กร พัฒนาระบบบริหารจัดการ จัดหาเครื่องมือจัดการองค์ความรู้เพื่อยกระดับศักยภาพการปฏิบัติงาน

        - การเพิ่มขีดความสามารถในการผลิต โดยพัฒนาความสามารถในงานด้านโลจิสติกส์และชัพพลายเชน ได้แก่ การวางแผน การจัดซื้อจัดหา การผลิต การจัดเก็บ และการกระจายสินค้า

        - พัฒนานำเอาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มาใช้เพื่อการบริหารและการบริการที่มีประสิทธิภาพ

        - การพัฒนาอุตสาหกรรมต้องเป็นมาตรฐานสากล สามารถปรับเปลี่ยนเข้ากับเงื่อนไข กฎระเบียบ และกติกาที่เป็นสากลได้

        - ส่งเสริมธรรมาภิบาลภายในองค์กร เพื่อสร้างความถูกต้องโปร่งใสและการมีส่วนร่วมในการทำงาน

        - พัฒนาศักยภาพของบุคลากรในองค์กรให้สามารถผลักดันการพัฒนาอุตสาหกรรมต่อไปในอนาคตได้อย่างยั่งยืน

        - อุตสาหกรรมต้องอยู่ร่วมกับสังคมได้ โดยเฉพาะการมีส่วนร่วมในสังคม และการรักษาสิ่งแวดล้อม

     ประเทศไทยยังคงจำเป็นที่จะต้องพึ่งพาอุตสาหกรรมการผลิตเพื่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ แม้ว่าอุตสาหกรรมไทยจะมีโอกาสแข่งขันในหลายอุตสาหกรรม แต่ก็ควรที่จะต้องเลือกเวทีและสินค้าให้ถูกต้อง อาจมองหาอุตสาหกรรมที่ถือเป็นจุดเด่นของประเทศไทย เช่น อุตสาหกรรมอาหาร หรืออุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป เริ่มกำหนดเป้าหมายยุทธศาสตร์ และพึ่งพาเทคโนโลยีในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต เพื่อลดปัญหาด้านต้นทุนแรงงานที่สูงขึ้น การดึงศักยภาพที่แท้จริงของประเทศไทยมาพัฒนา โดยใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือจะทำให้เรามีจุดเด่นที่สามารถต่อยอดให้ถึงขีดสุด เน้นการผลักดันนำเอาระบบ IT เข้ามาช่วยในการพัฒนากระบวนการผลิตให้มากขึ้น ตั้งแต่กระบวนการผลิต การบรรจุหีบห่อ และการขนส่ง เป็นต้น หากทำได้จะสามารถลดต้นทุน ลดความสูญเสีย และนำไปสู่การแข่งขันที่ดีขึ้น อย่างไรก็ตามการปรับเปลี่ยนเอาเทคโนโลยีมาใช้งานนั้น ควรเลือกใช้ให้เหมาะสมกับอุตสาหกรรมในบ้านเรา และต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของคนไทยด้วย

Add comment


Security code
Refresh

ข่าวสารบทความสำนักโลจิสติกส์

ข่าวประชาสัมพันธ์ สำนักโลจิสติกส์

ข่าวสารบทความ หน่วยงานภายนอก