Get Adobe Flash player
ThaiEnglish (UK)
HOT NEWS

ค้นหาข้อมูลในเว็ป Logistics

ปฎิทินกิจกรรม

September 2017
S M T W T F S
27 28 29 30 31 1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
October 2017
S M T W T F S
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31 1 2 3 4

นวัตกรรมจากรุ่นสู่รุ่นในการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ เพื่อเพิ่มมูลค่า-ลดต้นทุน-เสริมสร้างความพึงพอใจ

     ธุรกิจที่ดำเนินกิจการอย่างมั่นคงมากว่า 90 ปี ย่อมพิสูจน์ตัวเองแล้วว่าผ่านร้อนผ่านหนาวมาอย่างโชกโชน โดยเฉพาะเมื่อมีเกียรติประวัติว่าเป็นผู้ผลิตอาหารกระป๋องรายแรกของประเทศไทยและยังคงผลิตมาจนถึงปัจจุบัน ก็ยิ่งการันตีว่าบริษัทนี้ต้องมีพัฒนาการอย่างไม่ธรรมดาแน่นอน

     บริษัท เจริญอุตสาหกรรม จำกัด เป็นผู้ผลิตปลากระป๋องรายแรกของประเทศไทย ปัจจุบันนอกจากจะยังคงผลิตปลากระป๋องคุณภาพสูงที่เน้นการส่งออกสู่ตลาดต่างประเทศแล้ว บริษัทยังได้ขยายกิจการมาทำผลไม้อบแห้ง และสามารถส่งออกไปสู่ประเทศต่างๆ มากกว่า 20 ประเทศ คุณประวิทย์ ศรีแสงนาม รองกรรมการผู้จัดการ ได้กล่าวถึงประวัติของบริษัทและรูปแบบการดำเนินการในปัจจุบันว่า

     “บริษัท เจริญอุตสาหกรรม จำกัด ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ.2468 โดยเริ่มต้นด้วยการผลิตซีอิ๊วก่อน จากนั้นขยายการผลิตไปสู่ผลิตภัณฑ์ปลากระป๋องผลไม้กระป๋อง ตามลำดับ ซึ่งเรานับเป็นผู้ผลิตปลาซาร์ดีนกระป๋องรายแรกของประเทศไทย โดยผลิตมาตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 และยังมีโรงงานผลิตกระป๋องเปล่าเป็นของตัวเอง ตอนนี้ผมเป็นผู้บริหารรุ่นที่ 3 ดูแลสืบทอดกิจการของบริษัท ปัจจุบันเรามีพนักงานทั้งหมด 1,126 คน สินค้าของเรานอกจากจะผลิตปลากระป๋องแล้วยังมีผลไม้อบแห้ง  ซึ่งในช่วงไม่กี่ปีมานี้ตลาดผลไม้อบแห้งเติบโตมากเกือบ 100% ทำให้ปัจจุบันสัดส่วนการผลิตและจำหน่ายผลไม้อบแห้งกับปลากระป๋องของบริษัทอยู่ที่ 3 ต่อ 1 โดยที่สินค้ากว่า 95% ของเราส่งออกไปทั้งในสหรัฐอเมริกา ยุโรป และเอเชีย โดยปลากระป๋องยี่ห้อ Triangle ของเรายังเป็นแบรนด์ปลากระป๋องอันดับหนึ่งในพม่าอีกด้วยซึ่งตอนนี้เราก็สนใจหันมาทำตลาดในประเทศมากขึ้น โดยยอดขายในปีที่ผ่านมาของเราอยู่ที่ประมาณ 1,490 ล้านบาท”

     เนื่องจากผลิตภัณฑ์อาหารกระป๋องของบริษัทเจริญอุตสาหกรรมเป็นสินค้าเกรดพรีเมี่ยมที่เน้นส่งออกไปยังต่างประเทศเป็นหลัก ประกอบกับกลุ่มตลาดสินค้าปลากระป๋องในต่างประเทศมีความต้องการสูงกว่าประเทศไทย อีกทั้ง ปลากระป๋องยังเป็นสินค้าของฝากที่มอบให้กันและกันในต่างประเทศซึ่งหากออกแบบกระป๋องให้ดีมีรูปลักษณ์สวยงามโดดเด่นสะดุดตาจะเป็นจุดดึงดูดให้ลูกค้าสนใจเลือกซื้อ  บริษัทจึงใช้กระป๋องรูปทรงวงรีแนวนอน (Oval can) และกระป๋องทรงสี่เหลี่ยมมุมมน (Club can) ในการบรรจุปลากระป๋องซึ่งให้ความรู้สึกสวยงามและเป็นที่นิยมในตลาดต่างประเทศ ทางบริษัทได้สร้างโรงงานผลิตกระป๋องเป็นของตัวเองเพื่อลดต้นทุนการสั่งซื้อกระป๋อง ดังนั้นจึงต้องการเทคโนโลยีที่สามารถช่วยลดต้นทุนในการผลิตกระป๋อง แต่ยังต้องคงความแข็งแรงทนทานเพียงพอที่จะต้านทานแรงกดหรือแรงกระแทกได้ โดยไม่ทำให้กระป๋องยุบหรือบุบขณะขนส่ง เพราะความทนทานเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลทั้งต่อคุณภาพของสินค้าที่บรรจุอยู่ภายในกระป๋องซึ่งก่อนที่บริษัทจะตัดสินใจเข้าร่วมโครงการส่งเสริมการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ (Packaging) เพื่อเพิ่มมูลค่าการตลาดและโลจิสติกส์กับสำนัก          โลจิสติกส์ กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ ทีมอาจารย์ที่ปรึกษาจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้เข้ามาศึกษากระบวนการผลิตบรรจุภัณฑ์ของบริษัทเจริญอุตสาหกรรม เพื่อพัฒนาบรรจุภัณฑ์ปลากระป๋องให้สามารถตอบโจทย์ของผู้ประกอบการได้

     “เราเข้าร่วมโครงการกับสำนักโลจิสติกส์ เมื่อช่วงต้นปี 2558 โดยมีเป้าหมายเพื่อลดต้นทุนในการผลิตบรรจุภัณฑ์ โดยทีไม่ให้กระทบกับความคงทนแข็งแรงของตัวบรรจุภัณฑ์ปัจจุบันเราเลือกใช้เหล็กจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีคุณภาพดีแต่ราคาแพงกว่าเหล็กจากอินโดนีเซีย ประกอบกับรูปแบบบรรจุภัณฑ์ปลากระป๋องของเราเป็นแบบแนวนอน ซึ่งมีรูปร่างแตกต่างจากผู้ผลิตรายอื่นในประเทศไทย เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในต่างประเทศที่ต้องการเปิดกระป๋องออกมาแล้วเห็นตัวปลาเรียงกันสวยงามทำให้กระป๋องของเรามีต้นทุนการผลิตสูง ทางอาจารย์ที่ปรึกษาได้เข้ามาดูกระบวนการผลิตกระป๋องของเราและแนะนำให้เปลี่ยนจากกระป๋องแบบ Tin plate ที่เคลือบดีบุก มาเป็นกระป๋องแบบ Tin free  ทำให้สามารถลดต้นทุนด้านวัสดุในการผลิตกระป๋องลงได้ 2-3% แม้ว่าจะเป็นตัวเลขที่ดูไม่มาก แต่เมื่อคิดเป็นตัวเงินแล้วก็ไม่น้อยเลยทีเดียว”

     “หลังจากเปลี่ยนมาใช้กระป๋องแบบ Tin free แล้ว  ลูกค้าของเราก็ไม่ปัญหาอะไร เพราะกระป๋องยังมีแข็งแรงทนทานใกล้เคียงกระป๋องแบบเดิม  ถึงแม้จะว่าจะบางลงแต่ยังคงรักษาคุณภาพสินค้าได้ดี ถึงแม้ว่าเราจะยังขายในราคาเดิม แต่ผลกำไรโดยรวมของเราดีขึ้น และการสั่งซื้อเหล็กจาก supplier ก็ทำได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ ทีมอาจารย์ที่ปรึกษาโครงการยังได้ให้คำแนะนำในการลดปัญหากระป๋องบุบในกระบวนการผลิตอีกด้วย อย่างไรก็ตามบริษัทยังมีแนวคิดในการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง คือ อยากเพิ่มความแข็งแรงของโครงสร้างกระป๋องโดยศึกษารูปแบบโครงสร้างกระป๋องแบบต่างๆ ที่สามารถช่วยให้โครงสร้างแข็งแรงมากขึ้นและอาจช่วยลดความหนาของแผ่นเหล็กที่ใช้ผลิตลงได้ แต่ยังคงรักษาความแข็งแรงคงทนสามารถรับแรงกดจากการวางเรียงซ้อนกันเป็นชั้นๆ ขณะขนส่งได้มากขึ้นในอนาคต”

     อุตสาหกรรมอาหารกระป๋องมีต้นทุนด้านบรรจุภัณฑ์สูง เนื่องจากตัวบรรจุภัณฑ์ทำมาจากโลหะ ซึ่งทางเจริญอุตสาหกรรมได้ประสานความร่วมมือกับสำนักโลจิสติกส์ ในการคิดค้นนวัตกรรมเพื่อลดต้นทุนการผลิตกระป๋องให้ถูกลง แต่ก็ต้องยอมรับว่าราคาวัตถุดิบต้นทางยังมีราคาสูง ในฐานะผู้ประกอบการ คุณประวิทย์จึงฝากความหวังมายังภาคส่วนต่างๆ ในการร่วมมือกันเพื่อเสริมสร้างโอกาสในการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการอาหารกระป๋องไทยว่า

     “อยากจะฝากให้ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องช่วยกันผลักดันราคาแผ่นเหล็กให้ถูกลง โดยเฉพาะต้นทุนกระป๋องเคลือบสีที่ประเทศไทยเรายังมีราคาแพงหากเปรียบเทียบกับประเทศอินโดนีเซีย หากต้นทุนตรงนี้ราคาถูกลง ก็จะช่วยให้ผู้ประกอบการอาหารกระป๋องไทยมีความสามารถในการแข่งขันมากขึ้น และลดการนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศได้มากขึ้น”

     ท้ายที่สุดคุณประวิทย์ กล่าวว่า “การได้เข้าร่วมโครงการส่งเสริมการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ เพื่อเพิ่มมูลค่าการตลาดและโลจิสติกส์ กับสำนักโลจิสติกส์ กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ กระทรวงอุตสาหกรรม นั้น ทำให้บริษัทฯ สามารถลดต้นทุนด้านบรรจุภัณฑ์ได้ถึง  2-3 % จึงขอเรียนเชิญผู้ประกอบทุกท่านสมัครเข้าร่วมโครงการฯ โดยท่านจะได้รับประโยชน์จากโครงการนี้เป็นอย่างมากครับ” 

     นางดวงกมล สุริยฉัตร ผู้อำนวยการสำนักโลจิสติกส์ ได้กล่าวถึงการดำเนินงาน “โครงการส่งเสริมการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ (Packaging) เพื่อเพิ่มมูลค่าการตลาดและโลจิสติกส์” ประจำปี 2559 ดังนี้  

     “สำนักโลจิสติกส์ ได้เริ่มดำเนินโครงการมาตั้งแต่ปี 2558 โดยมีสถานประกอบการที่เข้าร่วมโครงการฯ จำนวน 16 ราย และในปี 2559 นี้ ยังคงดำเนินการส่งเสริมผู้ประกอบการอีกจำนวน 17 ราย ทั้งในกลุ่มอาหารและผลิตภัณฑ์ที่ไม่ใช่อาหาร ซึ่งผู้เข้าร่วมโครงการจะได้รับการสำรวจปัญหาและความต้องการในการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ ณ สถานประกอบการ โดยทีมผู้เชี่ยวชาญร่วมกันออกแบบจนออกมาเป็นบรรจุภัณฑ์ต้นแบบที่ผ่านการทดสอบในห้องปฏิบัติการ และมีการวิจัยตลาดจากผู้บริโภคในเบื้องต้น เพื่อให้ได้มาซึ่งบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์ ทำให้ช่วยลดความสูญเสียของผลิตภัณฑ์ รวมทั้งยกระดับมูลค่าของสินค้าและสร้างการยอมรับสินค้าสู่มาตรฐานสากล อีกทั้งยังช่วยในด้านการขนย้าย การรวบรวม และจัดเรียงผลิตภัณฑ์ได้อย่างเหมาะสมโดยการใช้พื้นที่อย่างเต็มประสิทธิภาพ ซึ่งช่วยลดต้นทุนโลจิสติกส์ลงได้

     นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมการฝึกอบรมหลักการพื้นฐานในการออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่ถูกต้อง และมีการศึกษาดูงาน ณ โรงงานผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์อีกด้วย”

Add comment


Security code
Refresh

ข่าวสารบทความสำนักโลจิสติกส์

ข่าวประชาสัมพันธ์ สำนักโลจิสติกส์

ข่าวสารบทความ หน่วยงานภายนอก