Get Adobe Flash player
ThaiEnglish (UK)
HOT NEWS

ค้นหาข้อมูลในเว็ป Logistics

ปฎิทินกิจกรรม

September 2017
S M T W T F S
27 28 29 30 31 1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
October 2017
S M T W T F S
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31 1 2 3 4

เขียนโดย  ดร.วรัญญา ติโลกะวิชัย
ที่ปรึกษาโครงการเพิ่มประสิทธิภาพโลจิสติกส์ภาคอุตสาหกรรม (Logistics Consult)

กลุ่มอุตสาหกรรมอาหารและยา

 

 

ทำไมต้อง e-Business

ในการดำเนินธุรกิจปัจจุบันจำเป็นต้องรวดเร็วถูกต้อง และมีประสิทธิภาพเพื่อให้เกิดความสามารถทางการแข่งขัน  องค์กรจำเป็นต้องมีความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการให้สามารถตอบสนองความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วซึ่ง e-Business (Electronic Business) เป็นการดำเนินงานของธุรกิจด้วยการใช้เทคโนโลยีอินเตอร์เน็ต (Internet Technology) เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงานภายในองค์กร (Intra-Organization) ลดต้นทุน เพิ่มคุณค่าให้กับสินค้าและ/หรือบริการ สร้างความสัมพันธ์ที่ดีผู้ขายและลูกค้า ทำให้เกิดประสิทธิภาพในการดำเนินงานทั้งโซ่คุณค่า (Value Chain) และโซ่อุปทาน (Supply Chain Performance) ดังแสดงในรูปที่ 1

รูปที่  1 แสดงความสัมพันธ์ e-business ในโซ่คุณค่า (Value Chain) และSupply chain

          จากรูปที่ 1 แสดงถึงโซ่คุณค่าที่ประกอบด้วย กิจกรรมหลัก (Primary activities) และกิจกรรมสนับสนุน (Support Activities) ซึ่งกิจกรรมหลักเป็นกิจกรรมที่สร้างคุณค่าให้กับลูกค้าโดยตรง กิจกรรมหลักจะประกอบด้วยโลจิสติกส์ขาเข้า (Inbound Logistics) การดำเนินการ (Operations) ฝ่ายขายและตลาด (Sales and Marketing) การบริการ (Service) และโลจิสติกส์ขาออก (Outbound Logistics) โดยมีการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในแต่ละกิจกรรม

ส่วนกิจกรรมสนับสนุนจะเป็นกิจกรรมที่สนับสนุนกิจกรรมหลักให้สามารถทำงานให้เกิดประสิทธิผลอย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบด้วยโครงสร้างองค์กรในส่วนของการบริหารและการจัดการ (Administration and Management) ทรัพยากรมนุษย์ (Human Resources) เทคโนโลยี (Technology) และการจัดซื้อจัดหา (Procurement) ซึ่งได้มีการนำ e-business เข้ามาใช้ในแต่ละกิจกรรม ดังแสดงในรูปที่ 1

ในที่นี้ขออธิบายถึง e-business ที่สำคัญ ได้แก่

1. ระบบการวางแผนทรัพยากร (Enterprise Resource Planning: ERP) เป็นระบบที่ใช้ในการบริหารจัดการทรัพยากรทั้งองค์กรด้วยการเชื่อมโยงระบบงานต่างๆ เข้าด้วยกัน ตั้งแต่ระบบงานขาย ทรัพยากรบุคคล จัดซื้อ การผลิต การจัดการคลังสินค้า การจัดการสินค้าคงคลัง การกระจายสินค้า และบัญชีและการเงิน ซึ่งองค์กรสามารถวางแผนและบริหารทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพลดเวลาและขั้นตอนการทำงานขององค์กร

2. Business Intelligence (BI) ระบบที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล และนำเสนอสารสนเทศ ที่สามารถวิเคราะห์ได้หลายมุมมอง (Multidimensional Model) ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถวิเคราะห์และตัดสินใจได้รวดเร็วและถูกต้อง เช่น การวิเคราะห์สินค้าคงคลัง การวิเคราะห์ลูกค้า การวิเคราะห์ผู้ขาย การวิเคราะห์คู่แข่ง เป็นต้น

3. e-SupplyChain Management (e-SCM)  เป็นการจัดการโซ่อุปทานด้วยการใช้เทคโนโลยีอินเตอร์เน็ต เพื่อปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพกิจกรรมในโซ่อุปทาน (Supply Chain Activities)  ซึ่งกิจกรรมและโครงสร้าง (Activities and Infrastructure) ของ e-SCM เช่น ระบบการเติมเต็มสินค้าอัตโนมัติ (Collaborative Planning Forecasting and Replenishment : CPFR) เป็นระบบที่ช่วยวางแผนพยากรณ์ความต้องการสินค้าจากผู้ซื้อและการเติมเต็มสินค้าจากผู้ขาย การจัดซื้อจัดหาอิเล็กทรอนิกส์ (e-Procurement) การจัดการสินค้าคงคลังโดยใช้อุปกรณ์ไร้สาย เช่น เครื่องอ่านบาร์โค้ดแบบพกพา การใช้ RFID (Radio Frequency Identification) เป็นต้นรวมทั้งการพัฒนาผลิตภัณฑ์ร่วมกันกับผู้ขายและ/หรือลูกค้า จนถึงการส่งมอบ และการรับคืนสินค้า ซึ่งความสำเร็จของ e-SCM ขึ้นกับความสามารถในการร่วมมือกันในการทำงานระหว่างองค์กรในโซ่อุปทาน เป็นการบูรณาการทั้งโซ่อุปทานด้วยการใช้เทคโนโลยีอินเตอร์เน็ต เช่น การแบ่งปันข้อมูลระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย ผู้ซื้ออนุญาตให้ผู้ขายเข้าถึงข้อมูลการขายและคลังสินค้า ในสินค้าทุกรายการของผู้ขายด้วยระบบการบริหารคลังสินค้าโดยผู้ขาย(Vendor Management Inventory : VMI) ผ่าน Extranet ทำให้ผู้ขายได้ข้อมูลความต้องการของผู้ซื้ออย่างรวดเร็วถูกต้องและส่งผลให้ผู้ซื้อมีปริมาณสินค้าคงคลังที่เหมาะสม เป็นต้น

4. e-Commerce  เป็นการดำเนินธุรกิจผ่านเทคโนโลยีอินเตอร์เน็ตประกอบด้วย Upstream supply chain เป็นการดำเนินธุรกิจระหว่างองค์กรทางด้านซื้อ (Buy-Side e-Commerce)  และ Downstream supply chainเป็นการดำเนินธุรกิจระหว่างองค์กรทางด้านขาย (Sell-Side e-Commerce) ซึ่ง e-Commerce  เป็นส่วนหนึ่งของe-Business ดังแสดงดังรูปที่ 2

รูปที่ 2 แสดงความสัมพันธ์ระหว่าง e-Commerce และ e-Business

การนำ e-Business มาใช้ในองค์กรรวมทั้งห่วงโซ่อุปทานขององค์กรทำให้องค์กรสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพรวดเร็ว ถูกต้องเพิ่มคุณค่าให้กับสินค้าและ/หรือบริการ สร้างความสัมพันธ์ที่ดีทั้งกับผู้ขายและลูกค้า ทำให้องค์กรเกิดความได้เปรียบทางการแข่งขัน อีกทั้งช่วยลดต้นทุนการดำเนินงาน นั่นหมายถึงกำไรที่เพิ่มขึ้นขององค์กร ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมต้อง e-Business

ที่มา 59LOF03 Logistics Forum ปีที่ 8 ฉบับที่ 34 พฤษภาคม - มิถุนายน 2559

 

Add comment


Security code
Refresh

ข่าวสารบทความสำนักโลจิสติกส์

ข่าวประชาสัมพันธ์ สำนักโลจิสติกส์

ข่าวสารบทความ หน่วยงานภายนอก